================================================== -->

ทาง เข้า joker8881️⃣LOOK618

ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวว่าชาวเชียงใหม่นัดรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ประตูท่าแพ เรียกร้องให้รื้อบ้านพักตุลาการ ๔๕ 45 หลัง และอาคารชุด ๙ หลัง เป็นการแสดงพลัง ใช้ชื่อว่า รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแห่ง แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ไฮไลต์ของงาน คือแถลงการณ์โดยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาข้อตกลงและเร่งรัดให้มีการคืนพื้นที่ป่าให้กับกรมธนารักษ์โดยเร็ว และไม่ให้มีผู้ใดอยู่อาศัยหรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ยิ่งยืดเยื้อไปปมปัญหานี้อาจจะยกระดับขึ้นกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยให้กำหนดเวลา ๑ อาทิตย์หลังจากนี้ หากไม่มีคำตอบจะยกระดับการชุมนุมแน่นอน จบด้วยพิธีเผาพริกเผาเกลือ เผาบ้านป่าแหว่งจำลอง วางดอกไม้จันทน์ ครับถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ก็คงจะไม่ธรรมดา โบราณว่าการเผาพริกเผาเกลือ คือความเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว เป็นพิธีได้รับอิทธิพลมาจากฮินดูโบราณ ปรากฏในหนังสือ พิชัยสงครามฮินดูโบราณ เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยีอีเยรินี (พันโทพระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆ เคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆ จนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ ดุจดังเกลือปะทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ ก็รับทราบกันตามนั้น มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับบ้านป่าแหว่ง นั่นคือ งานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหลังที่ ๒ (เทอร์มินัล ๒) ที่ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสเอ-เออาร์เจ หรือกลุ่ม ดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นผู้ชนะประมูล ในโลกโซเชียลร้อนมาหลายวันก็เพราะเรื่องนี้ เรื่องก๊อบปี้ผลงาน? แต่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ยืนกรานคิดเอง ๑๐๐% มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ดวงฤทธิ์ บุนนาค เคยแสดงความเห็นเรื่องบ้านป่าแหว่งเอาไว้ในโซเชียลอย่างดุเดือดเลือดพล่าน รื้อไม่ได้ก็เผาแม่งเลยครับ ชักหงุดหงิด เผาเสร็จดินดีเลย ทีนี้ป่าก็กลับมางามเร็วเลย บังเอิญว่างานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตก๊อบปี้งานญี่ปุ่นนั้น ตามสูตรต้องใช้ไม้เป็นหลัก แล้วทำไง? มีคนตั้งข้อสงสัยอีกว่า บ้านพักตีนดอยสุเทพ ใช้ที่ราชพัสดุ ม่ทับป่าไม่ผิดกฎหมายแม้ข้อเดียว ถึงขั้นเผาแม่งเลย ถ้าเทอร์มินัล ๒ ต้องใช้ไม้ขึ้นมาจริงๆ ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอามาจากไหน เพราะลำพังแค่รัฐสภาแห่งใหม่ที่อวดร่ำอวดรวย ใช้ไม้สัก ๕ พันท่อน ยังต้องนั่งเกากบาลมาถึงทุกวัน

  • เยี่ยมชมบล็อก:793925
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 284
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-20 01:53:00
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

หวั่นจีนฮุบเมือง นายกฯ มหาเธร์ ห้ามคนต่างชาติซื้อบ้านหรูโครงการฟอเรสต์ซิตี 27 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:56 น นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศจะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่พักสุดหรู ฟอเรสต์ซิตี มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะถมเกาะสร้างเป็นเมืองใหม่ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป้าหมายเดิมของโครงการคือการดึงดูดเศรษฐีชาวจีน แต่คนท้องถิ่นกลับไม่มีปัญญาซื้อ

ที่เก็บบทความ

2015(375)

2014(595)

2013(356)

2012(261)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: อี้ปินนิวส์เน็ต

fun88 รีวอร์ด, ที่ผ่านมายังมีผู้ป่วยสูงวัยด้านจิตเวช ที่เลือกทำ พรมเช็ดเท้า ซึ่งท่านใช้เวลาทำช้าและหลายวันกว่าคนอื่น ซึ่งขณะนั้นพี่เลี้ยงของกิจกรรมบำบัดก็ได้แนะนำให้ท่านทำงานดังกล่าว ด้วยสมาธิและจิตใจที่จดจ่อ เพราะระหว่างที่ทำตอนแรก จะรู้สึกไม่มีสมาธิ และจิตใจร้อนรน เมื่อทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งผลงานสำเร็จออกมา และจิตก็สงบมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ได้จากกิจกรรมบำบัดนี้ อีกอย่างหนึ่งนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องของการหารายได้ ที่อาจจะเป็นผลพลอยได้ แต่งานฝีมือดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตมากขึ้น อีกทั้งเขามีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำสำเร็จด้วยฝีมือตัวเอง กระทั่งขอว่าจะซื้อพรมเช็ดเท้าชิ้นนั้นเอง โดยขอไม่ให้เจ้าหน้าที่ขายให้กับใคร และเมื่อใดก็ตามที่เรารู้ว่าชีวิตตัวเองมีคุณค่า ก็จะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข และก็จะส่งผลดีไปยังคนรอบข้างค่ะ (คุณพ่อ-แตงโม-ลูกบุญธรรม) mm88 ออนไลน์หวั่นจีนฮุบเมือง นายกฯ มหาเธร์ ห้ามคนต่างชาติซื้อบ้านหรูโครงการฟอเรสต์ซิตี 27 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:56 น นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศจะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่พักสุดหรู ฟอเรสต์ซิตี มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะถมเกาะสร้างเป็นเมืองใหม่ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป้าหมายเดิมของโครงการคือการดึงดูดเศรษฐีชาวจีน แต่คนท้องถิ่นกลับไม่มีปัญญาซื้อ เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน

เทียบกับชุมนุมครั้งแรก ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ สล็อต xo 1688ลุ้นคลายล็อก6ข้อ คสชนัดถกอังคารนี้ วิษณุ ปัดเอื้อ2รมตไปพลังประชารัฐ 28 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ลุ้นคลายล็อก6ข้อ คสชนัดถกอังคารนี้ วิษณุ ปัดเอื้อ2รมตไปพลังประชารัฐ 28 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(614) | แสดงความคิดเห็น(584) | ส่งต่อ(962) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

Ai Xinjue Luo 2021-09-20

มิน อิจิ บิ๊กแป๊ะ วอนใจเย็น ภายใน 7 วันรู้ผลสอบข้อเท็จจริงสาวอังกฤษถูกข่มขืนที่เกาะเต่าแล้วตำรวจไม่รับแจ้ง ส่ง บิ๊กโจ๊ก พร้อม พฐลงพื้นที่ มั่นใจทุกอย่างกระจ่าง ผบกสุราษฎร์ฯ เรียกสอบเจ้าของโฮสเทลที่ผู้เสียหายเข้าพัก เผยหลังฝ่ายหญิงกลับไปแล้วแฟนหนุ่มค่อยมาปรึกษาจะแจ้งความคดีข่มขืน ด้านผู้ว่าฯ ลั่นหากกุเรื่องฟ้องแน่ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ถึงข่าวนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษอ้างว่าถูกวางยาและถูกข่มขืนที่หาดทรายรี เกาะเต่า อเกาะพะงัน จสุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความคดีข่มขืน รับแจ้งเพียงคดีทรัพย์สินที่สูญหาย ว่าขณะนี้ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และจะทราบผลภายใน 7 วัน โดยวันที่ 28 สคจะส่ง พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งอาจจะมีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาด้วย ทุกอย่างจะกระจ่าง ผมไม่ให้อึมครึมอยู่แล้ว ถ้าตำรวจผิดผมก็ฟันอยู่แล้ว แต่ถ้าคนแจ้งคลุมเครือค่อยว่ากัน ใจเย็นๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งเป็นชาวต่างชาติด้วย ส่วนจะต้องประสานงานไปยังผู้เสียหายชาวอังกฤษมาให้ปากคำกับตำรวจหรือไม่นั้น ไม่ต้องห่วงเราทำทุกมิติอยู่แล้ว มีระบบมีขั้นตอนอยู่แล้ว ผบตรกล่าว พลตอจักรทิพย์กล่าวย้ำว่า คดีนี้ไม่ต้องห่วง สิ่งที่ท่านรู้ตำรวจก็รู้ สิ่งที่ท่านได้ข่าวมาพวกเราเช็กหมด เราเช็กทุกมิติไม่ต้องห่วง หลังจากนี้จะต้องสร้างการรับรู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ตอนนี้ตนเองได้เร่งและกำชับไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าโรงพักในเกาะเต่าไม่รับแจ้งความคดีข่มขืนนอกจากคดีทรัพย์สินสูญหาย ในส่วนนี้ตำรวจก็ฟังไว้ ตอนนี้ได้สั่งการไปในระดับผู้บังคับการจังหวัด หากโรงพักไหนไม่รับแจ้งความจะต้องโดนดำเนินการทางปกครอง ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีเพจในเฟซบุ๊กประโคมข่าวนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างไร ผบตรกล่าวว่าจะต้องตรวจสอบ หากเข้าข้อกฎหมายก็คงจะต้องดำเนินการ อย่าทำตัวเป็นพวกนักเลงคีย์บอร์ด กดไปเรื่อยสร้างความเสียหายไปเรื่อย ขณะที่ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหมกล่าวว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ายังมีผู้มีอิทธิพลที่เกาะเต่าหรือไม่นั้น ตนคิดว่าผู้มีอิทธิพลถูกปราบปรามไปหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีผู้มีอิทธิพลแล้ว ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ เช้าวันเดียวกัน พลตตอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบกภจวสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พลตเกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบบชร4) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน ตเกาะเต่า อเกาะพะงัน ลงตรวจพื้นที่บริเวณหาดทรายรีที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษเปิดเผยกับสื่อในอังกฤษว่าถูกวางยาและข่มขืน และตำรวจท้องที่ไม่รับแจ้งความ เพียงรับแจ้งของหายคือโทรศัพท์ไอโฟนและเงินสด 3 พันบาท ต่อมา พลตตอภิชาติได้เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องพร้อมกับเชิญ นสภัทรา แจ่มตระกูล อายุ 32 ปี เจ้าของที่พักไฮโฮสเทล ที่ นสวิกตอเรียนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเข้าพัก พร้อมเพื่อนชาย 1 คน ทราบเพียงชื่อนายมาร์ติน ระหว่างวันที่ 21-26 มิยที่ผ่านมา นสภัทราให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 25 มิย โฮสเทลได้จัดปาร์ตี้ให้แขกที่เข้าพักที่ผับแห่งหนึ่ง แต่ไม่พบว่า นสวิกตอเรียกับกลุ่มเพื่อนอีก 3 คนไปตามนัด ซึ่งก็คิดว่าคงออกไปดื่มกินกับเพื่อน จนกระทั่งรุ่งเช้าก่อนเช็กเอาต์ นสวิกตอเรียและนายมาร์ตินมาแจ้งกับตนว่า เมื่อคืนที่ผ่านมีอาการคล้ายถูกวางยาในเครื่องดื่มและถูกข่มขืน รวมทั้งคนร้ายยังเอาทรัพย์สินไป เหตุเกิดที่ชายหาดห่างจากผับแห่งหนึ่งประมาณ 500 เมตร ตนจึงแนะนำให้ไปแจ้งความ แต่ทั้งสองไม่ยอมไปอ้างว่าต้องรีบเดินทางไป อเกาะพะงัน จากนั้นตนก็ไม่ได้ติดตามเรื่องอีกเลย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุจริงหรือไม่ นสภัทรากล่าวว่า ต่อมาวันที่ 4 กค นายมาร์ตินได้มาหาและปรึกษาว่ากรณีของ นสวิกตอเรีย สามารถแจ้งความได้หรือไม่ ตนจึงพานายมาร์ตินไปพบพนักงานสอบสวน สภเกาะเต่า แต่ไม่สามารถแจ้งความได้เนื่องจาก นสวิกตอเรียผู้เสียหายได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ภายหลังการสอบปากคำ พลตตอภิชาติเปิดเผยว่า จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า หญิงสาวอังกฤษผู้นี้ไม่ได้นั่งที่ร้านตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นการซื้อเครื่องดื่มที่เป็นถังและไปนั่งดื่มที่ชายหาดใกล้เคียงกับร้านที่กล่าวอ้าง ทั้งยังบอกว่าขณะเดินมาที่ร้านฟิชโบก็ได้เจอกับผู้ชายชาวเอเชียคนหนึ่ง มีการพูดคุยกัน และมารู้สึกตัวอีกทีว่าถูกกระทำแล้วที่บริเวณชายหาดใกล้เคียง เรื่องนี้ตำรวจ สภเกาะเต่าได้ตรวจสอบและประสานเจ้าของสถานประกอบการ หรือที่พักอาศัยที่อยู่บริเวณตลอดแนวชายหาดที่กล่าวอ้างทั้งหมดแล้ว ขอยืนยันว่ากล้องวงจรปิดไม่ได้เสีย ทุกระยะจะมีกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้งานได้ส่องลงมาที่ชายหาดทั้งหมด 7 ตัว แต่ที่ไม่สามารถตรวจสอบภาพย้อนหลังได้เพราะว่าหน่วยความจำของกล้องสามารถเก็บภาพได้ 7 วันเท่านั้น และรับแจ้งเหตุหลัง 7 วันไปแล้ว แม้จะมีข่าวที่กระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย แต่เมื่อคืนวันอาทิตย์ในงานฟูลมูนปาร์ตี้บริเวณชายหาดริ้น อเกาะพะงัน ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 1 หมื่นคน โดยนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน และ พตอสถิตย์ คงเนียม ผกกสภเกาะพะงัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภเกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ นปพทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 120 นายรักษาความสงบเรียบร้อย นายเกริกไกรกล่าวว่า ข่าวแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนและตำรวจไม่รับแจ้งความนั้น จากรายงานและจากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานว่ามีแหม่มสาวชาวอังกฤษถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกาะเต่าแต่อย่างใด นอกจากรายงานการแจ้งความของหาย ซึ่งตนได้รายงานเหตุดังกล่าวให้ทูตอังกฤษประจำประเทศไทยทราบแล้ว ส่วนนายวิชวุทย์ จินโต ผวจสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ข่าวนี้ได้สร้างความเสียหายให้เกาะเต่า เพราะหลังจากเกิดคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ทางจังหวัดและตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า แต่ยังเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ตำรวจก็ต้องไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่นักท่องเที่ยวสาวได้กล่าวอ้างหรือไม่ หากผลการสอบสวนออกมาได้ข้อสรุปว่าข้อกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวหญิงคนดังกล่าว เนื่องจากทำให้จังหวัดและประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง

ส่วนจุดอ่อนที่เสมือน ติเพื่อก่อ มิใช่ยอเพื่อทำลาย ต้องเร่งแก้ไข คือ 1พรรคไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก คุ้นหน้าเพียง หัวหน้าอนุทิน, นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค หรือนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคเข้ามาเป็นคอมเมนเตเตอร์บางครั้ง จึงจำเป็นต้องพัฒนานักการเมืองคนอื่นๆและเปิดพื้นที่ให้รุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเป็นที่รู้จัก 2ภายใต้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคภูมิใจไทย เมื่อถึงเวลาเหมาะสมต้องกล้าแสดงจุดยืนการเมืองชัดเจน มิใช่บอกตอนหลังปิดหีบเลือกตั้ง

อ้ายซง 2021-09-20 01:53:00

หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด

Han Zhaodi Liu Fuling 2021-09-20 01:53:00

ส่วนจุดอ่อนที่เสมือน ติเพื่อก่อ มิใช่ยอเพื่อทำลาย ต้องเร่งแก้ไข คือ 1พรรคไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก คุ้นหน้าเพียง หัวหน้าอนุทิน, นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค หรือนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคเข้ามาเป็นคอมเมนเตเตอร์บางครั้ง จึงจำเป็นต้องพัฒนานักการเมืองคนอื่นๆและเปิดพื้นที่ให้รุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเป็นที่รู้จัก 2ภายใต้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคภูมิใจไทย เมื่อถึงเวลาเหมาะสมต้องกล้าแสดงจุดยืนการเมืองชัดเจน มิใช่บอกตอนหลังปิดหีบเลือกตั้ง , บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย。 จึงอาจไม่เห็น 。

จินห้วยจักรพรรดิ 2021-09-20 01:53:00

หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด, บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย。 ศาลสั่งจำคุก ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ ผจกอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ค้าประเวณีเด็กต่างด้าว 18 ปี 16 เดือน หุ้นส่วนผู้จัดการ คนขอใบอนุญาตสถานบริการโดนคุก 7 ปี 14 เดือน ยกฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ เหตุพยานหลักฐานไม่พอฟังให้ลงโทษ เมื่อวันที่ 27 สค ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท 2 สำนวน ประกอบด้วย สำนวนแรก คดีหมายเลขดำ คม25/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ), นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการ, นสศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจกอมรินทร์ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6 คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน กค57 ถึงวันที่ 13 มค60 จำเลยทั้ง 5 กับพวกซึ่งมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดร้ายแรง โดยเป็นธุระจัดหาซื้อขาย จำหน่าย พาไปส่ง หน่วงเหนี่ยวกักขังหรือหลอกลวงเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุไม่เกิน 15 ปี จากประเทศเมียนมา มาส่งยังประเทศไทย และไปประเทศมาเลเซีย เพื่อแสวงหาประโยชน์จากหญิงเมียนมาด้วยการบังคับให้ค้าประเวณี อันเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนางศศิธร จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่เมื่อเดือน กค57 - 4 กค59 จำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล และผู้จัดการกิจการค้าประเวณี ภายใต้ชื่อสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท คดีนี้มีผู้เสียหายหญิงเมียนมา ขณะเกิดเหตุอายุ 12 ปีเศษ ได้เข้ามาในประเทศโดยฝ่าฝืน พรบคนเข้าเมือง พศ2522 ที่ได้มาอาศัยอยู่ที่ห้องพักแมนชั่นย่าน ถประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันนำพาผู้เสียหายมาจากประเทศเมียนมา และให้ผู้เสียหายค้าประเวณีทั้งที่สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท และสถานที่ต่างๆ ในชั้นพิจารณาจำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันร่วมกับเจ้าหน้าที่สอดคล้องกันว่าถูกหลอกมา โดยมีนายสมชายพามาที่กรุงเทพฯ และได้พามาแนะนำตัวกับผู้หญิงที่สถานบริการที่เรียกว่าแม่สุ ที่ได้สอนวิธีการใช้ถุงยางและการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า และได้ถูกนายสมชายพาไปเปิดบริสุทธิ์โดยผู้เสียหายต้องทนค้าประเวณีเป็นเวลา 2 ปี และระหว่างนั้นถูกส่งตัวไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย โดยให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ อหาดใหญ่ ซึ่งบังคับให้ผู้เสียหายต้องแต่งตัวลักษณะคล้ายกับหญิงมุสลิมเพื่อผ่านด่านไปประเทศมาเลเซีย โดยมีนายเดชา จำเลยที่ 6 ขับรถกระบะพาผู้เสียหายไปค้าประเวณียังสถานบริการประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการนัดแนะเวลาไว้แล้ว ทางนำสืบในส่วนของนายบุญเฉลียว จำเลยที่ 1 ฟังได้เพียงว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด ซึ่งได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 100 บาทต่อครั้ง และขณะนั้นจำเลยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด โดยพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จะเกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณีกับจำเลยอื่นแต่อย่างใด ส่วนนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา แม้จะไม่ใช่ผู้ที่รับผู้เสียหายไว้โดยตรง แต่จำเลยก็เป็นผู้มีอำนาจดูแลควบคุมและจัดการ ย่อมทราบความเป็นไปถึงการดำเนินกิจการต่างๆ ของสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่อยู่ในความดูแลของตน สำหรับ นสศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น แม้จะอ้างว่ามีบริษัทอื่นที่มาดำเนินการแทน แต่ก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ จึงฟังได้ว่านายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3, นสศศิธร จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี สำหรับนายเดชา หรือสิงห์ จำเลยที่ 6 ทางนำสืบพยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทมไป อสะเดา จสงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากไม่มีการนัดหมายเวลาที่แน่นอนย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ภายในสถานที่และเวลาที่กำหนดไว้ โดยที่จำเลยอ้างว่าเพียงขับรถรับจ้างก็กล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจรับฟังได้ การกระทำของจำเลยที่ 6 นอกจากจะผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป เพื่อค้าประเวณีกับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แล้วก็ยังกระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย พิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 และ 6 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 2 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ ฐานเป็นผู้ดูแลและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 5 ปี ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 ไม่ได้เข้ามาดำเนินกิจการในสถานบริการอาบอบนวดโดยตรง จึงให้ลงโทษสถานเบา จำคุกเป็นเวลา 1 ปี สำหรับนายเดชา จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 5 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และจำคุกอีก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมจำคุกจำเลยที่ 6 เป็นเวลา 9 ปี แต่ทางนำสืบของจำเลยที่ 2-4 และ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 จำคุก 8 เดือน และนายเดชา จำเลยที่ 6 จำคุกทั้งสิ้น 6 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 และ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 ก็พิพากษาให้ยกฟ้อง ขณะที่คดีค้ามนุษย์สำนวนที่ 2 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหายรวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, หจกอมรินทร์ออนเซน, นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1 -7 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีเด็กสาวผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมเบิกความสอดคล้องกัน จึงพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย สำหรับ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจกเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ ก็พิพากษายกฟ้อง ทั้งนี้ เมื่อรวมโทษจำคุกนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ และนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ทั้ง 2 สำนวนแล้ว จำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้นคนละ 18 ปี 16 เดือน ขณะที่ นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตสถานบริการนั้น เมื่อรวมโทษทั้ง 2 สำนวนแล้วจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี 14 เดือน。

หัวหลัวเกิง 2021-09-20 01:53:00

จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท, ศาลสั่งจำคุก ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ ผจกอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ค้าประเวณีเด็กต่างด้าว 18 ปี 16 เดือน หุ้นส่วนผู้จัดการ คนขอใบอนุญาตสถานบริการโดนคุก 7 ปี 14 เดือน ยกฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ เหตุพยานหลักฐานไม่พอฟังให้ลงโทษ เมื่อวันที่ 27 สค ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท 2 สำนวน ประกอบด้วย สำนวนแรก คดีหมายเลขดำ คม25/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ), นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการ, นสศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจกอมรินทร์ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6 คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน กค57 ถึงวันที่ 13 มค60 จำเลยทั้ง 5 กับพวกซึ่งมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดร้ายแรง โดยเป็นธุระจัดหาซื้อขาย จำหน่าย พาไปส่ง หน่วงเหนี่ยวกักขังหรือหลอกลวงเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุไม่เกิน 15 ปี จากประเทศเมียนมา มาส่งยังประเทศไทย และไปประเทศมาเลเซีย เพื่อแสวงหาประโยชน์จากหญิงเมียนมาด้วยการบังคับให้ค้าประเวณี อันเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนางศศิธร จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่เมื่อเดือน กค57 - 4 กค59 จำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล และผู้จัดการกิจการค้าประเวณี ภายใต้ชื่อสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท คดีนี้มีผู้เสียหายหญิงเมียนมา ขณะเกิดเหตุอายุ 12 ปีเศษ ได้เข้ามาในประเทศโดยฝ่าฝืน พรบคนเข้าเมือง พศ2522 ที่ได้มาอาศัยอยู่ที่ห้องพักแมนชั่นย่าน ถประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันนำพาผู้เสียหายมาจากประเทศเมียนมา และให้ผู้เสียหายค้าประเวณีทั้งที่สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท และสถานที่ต่างๆ ในชั้นพิจารณาจำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันร่วมกับเจ้าหน้าที่สอดคล้องกันว่าถูกหลอกมา โดยมีนายสมชายพามาที่กรุงเทพฯ และได้พามาแนะนำตัวกับผู้หญิงที่สถานบริการที่เรียกว่าแม่สุ ที่ได้สอนวิธีการใช้ถุงยางและการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า และได้ถูกนายสมชายพาไปเปิดบริสุทธิ์โดยผู้เสียหายต้องทนค้าประเวณีเป็นเวลา 2 ปี และระหว่างนั้นถูกส่งตัวไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย โดยให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ อหาดใหญ่ ซึ่งบังคับให้ผู้เสียหายต้องแต่งตัวลักษณะคล้ายกับหญิงมุสลิมเพื่อผ่านด่านไปประเทศมาเลเซีย โดยมีนายเดชา จำเลยที่ 6 ขับรถกระบะพาผู้เสียหายไปค้าประเวณียังสถานบริการประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการนัดแนะเวลาไว้แล้ว ทางนำสืบในส่วนของนายบุญเฉลียว จำเลยที่ 1 ฟังได้เพียงว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด ซึ่งได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 100 บาทต่อครั้ง และขณะนั้นจำเลยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด โดยพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จะเกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณีกับจำเลยอื่นแต่อย่างใด ส่วนนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา แม้จะไม่ใช่ผู้ที่รับผู้เสียหายไว้โดยตรง แต่จำเลยก็เป็นผู้มีอำนาจดูแลควบคุมและจัดการ ย่อมทราบความเป็นไปถึงการดำเนินกิจการต่างๆ ของสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่อยู่ในความดูแลของตน สำหรับ นสศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น แม้จะอ้างว่ามีบริษัทอื่นที่มาดำเนินการแทน แต่ก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ จึงฟังได้ว่านายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3, นสศศิธร จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี สำหรับนายเดชา หรือสิงห์ จำเลยที่ 6 ทางนำสืบพยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทมไป อสะเดา จสงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากไม่มีการนัดหมายเวลาที่แน่นอนย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ภายในสถานที่และเวลาที่กำหนดไว้ โดยที่จำเลยอ้างว่าเพียงขับรถรับจ้างก็กล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจรับฟังได้ การกระทำของจำเลยที่ 6 นอกจากจะผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป เพื่อค้าประเวณีกับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แล้วก็ยังกระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย พิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 และ 6 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 2 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ ฐานเป็นผู้ดูแลและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 5 ปี ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 ไม่ได้เข้ามาดำเนินกิจการในสถานบริการอาบอบนวดโดยตรง จึงให้ลงโทษสถานเบา จำคุกเป็นเวลา 1 ปี สำหรับนายเดชา จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 5 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และจำคุกอีก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมจำคุกจำเลยที่ 6 เป็นเวลา 9 ปี แต่ทางนำสืบของจำเลยที่ 2-4 และ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 จำคุก 8 เดือน และนายเดชา จำเลยที่ 6 จำคุกทั้งสิ้น 6 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 และ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 ก็พิพากษาให้ยกฟ้อง ขณะที่คดีค้ามนุษย์สำนวนที่ 2 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหายรวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, หจกอมรินทร์ออนเซน, นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1 -7 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีเด็กสาวผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมเบิกความสอดคล้องกัน จึงพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย สำหรับ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจกเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ ก็พิพากษายกฟ้อง ทั้งนี้ เมื่อรวมโทษจำคุกนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ และนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ทั้ง 2 สำนวนแล้ว จำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้นคนละ 18 ปี 16 เดือน ขณะที่ นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตสถานบริการนั้น เมื่อรวมโทษทั้ง 2 สำนวนแล้วจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี 14 เดือน。 หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด。

Wei Huaigong Ji Yi 2021-09-20 01:53:00

งานฝีมือที่กล่าวมา ไม่ใช่แค่สร้างความเพลิดเพลิน ให้กับคนทั่วไปที่ชื่นชอบ และหยิบงานดังกล่าวขึ้นมาทำยามว่างเท่านั้น แต่กิจกรรมบำบัดทุกชิ้นที่ระบุนั้น ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าในชีวิตของตัวเอง จากสิ่งละอันพันละน้อยที่เจ้าตัวได้สร้างขึ้น พร้อมกับการคิดใคร่ไต่ตรองขณะทำ กระทั่งเสร็จเป็นชิ้นงานออกมา และงานฝีมือสุดประทับใจนี้เอง ที่ทำให้ผู้ป่วยที่อาการเริ่มดีขึ้น อยากใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุข ซึ่งผลพลอยได้ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือเรื่องของสมาธิเห็นด้วยไหมค่ะ, หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด。 ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

สล็อต โบนัส 2001️⃣LOOK618| slot joker ฝาก 201️⃣LOOK618| เกม cash or crash ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣M98| 918kiss ฝาก วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| ถอนเงิน joker1231️⃣M98| mgm99win เครดิต ฟรี 1️⃣2021| บา คา ร่า 7891️⃣M98| เครดิต ฟรี 2020 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เกม สล็อต xo 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 150 ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น xoKeyword1️⃣LOOK618| 48 slot1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง ฝาก 2020 ล่าสุด1️⃣LOOK618| slot โปร 1 บาท1️⃣M98| ฝาก 20 รับ 100 โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| เกม แคน ดี้ ได้ เงิน จริง หรือ 1️⃣2021| บา คา ร่า sagame16881️⃣LOOK618| slotxo ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| joker ฝาก ผ่าน วอ เล็ ต 1️⃣2021| 2tslot เครดิต ฟรี1️⃣M98| โปร สมาชิก ใหม่ pg 1️⃣2021| slot xo1234 1️⃣2021| slot kiss 7891️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี 50 บาท1️⃣M98| ดาวน์โหลด slotxo บน มือ ถือ 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ วอ เลท 1️⃣2021| joker123 ฟรีมาเฟีย 007 1️⃣2021| big pg slot1️⃣LOOK618| www mafia8881️⃣M98| ฝาก 66 รับ 3001️⃣M98| 918 ทดลอง เล่น1️⃣M98| xo4444 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 888 1️⃣2021| สล็อต สิงโต1️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ล่าสุด1️⃣LOOK618| slot pg 091️⃣M98| 777 big win slot1️⃣LOOK618| 10 รับ 100 ล่าสุด 20211️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 918kiss 1️⃣2021| gclub 991️⃣LOOK618| บา คา ร่า 988 1️⃣2021| สล็อต ฝาก ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618| ยู ส ทดลอง pg1️⃣LOOK618| 918 ดาวน์โหลด ios1️⃣LOOK618| เล่น slotxo หน้า เว็บ1️⃣LOOK618| slot pg ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| ทาง เข้า บา คา ร่า gclub 1️⃣2021| เกม pg สล็อต1️⃣M98| สล็อต โจ๊ก เกอร์ เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| 168 allbet1️⃣LOOK618| ยิง ปลา เว็บ ไหน ดี pantip1️⃣LOOK618| joker123 เข้า เล่น1️⃣M98| สบาย 99 สล็อต 1️⃣2021| เว็บ สล็อต ที่ แตก ดี ที่สุด1️⃣LOOK618| ฝาก 50 ฟรี 1501️⃣LOOK618| slotxo roma1️⃣M98| joker 68861️⃣M98| เกมส์ สล็อต แตก ง่าย1️⃣M98| เล่น เกม ออนไลน์ ฟรี ได้ เงิน 1️⃣2021| 48 xo slot1️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ ฟรี เครดิต 20201️⃣LOOK618| ยู ฟ่า ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา วอ เลท1️⃣M98| สล็อต รับ 1001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี xo ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| 89fifa 1️⃣2021| ทดลอง sweet bonanza1️⃣LOOK618| สมัคร คา สิ โน ฟรี เครดิต 1️⃣2021| joker ฝาก 1 บาท รับ 1001️⃣M98| roma slot เล่น ฟรี 1️⃣2021| roma xo 1️⃣2021| เว็บ ฝาก ถอน ขั้น ต่ํา 1 บาทslot pg ฝาก 10 ได้ 1001️⃣LOOK618| ทาง เข้า คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| slot007 line1️⃣LOOK618| สล็อต ยืนยัน otp รับ เครดิต ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| สล็อต xo1️⃣M98| สล็อต 951️⃣LOOK618| superslot8888 เล่น ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| ฝาก 5 รับ 50 วอ เลท 2021 1️⃣2021| บา คา ร่า สล็อต ออนไลน์1️⃣LOOK618| slotxo ท รู วอ เลท1️⃣M98| gs 168 slot1️⃣M98| เล่น เกม สล็อต โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| เว็บ 123goal1️⃣M98| เกม คา สิ โน ฟรี1️⃣LOOK618| slotxo xd1️⃣LOOK618| แอ พ joker123 1️⃣2021| เกม สล็อต ได้ เงิน จริง1️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ 888 1️⃣2021| สล็อต kub1️⃣LOOK618| วิธี คำนวณ ไพ่ บา ค่า ร่า1️⃣LOOK618| โปร ฝาก 99 รับ 300 ล่าสุด pg 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 488Keyword1️⃣LOOK618| ค่าย เกม สล็อต ที่ ดี ที่สุด1️⃣LOOK618| เว็บ พนัน บา คา ร่า ดี ที่สุด 2019 1️⃣2021|